วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:22:50 น.  มติชนออนไลน์ <!–อ่านล่าสุด  คน–>

“พงศ์โพยม”ปลุกผู้ว่าฯรวมพลังค้านตั้ง”ปลัด มท.-นอภ.” จวกยับการเมืองล้วงลูก ลั่นไม่ต้องกลัวโดนเด้ง

สมาคม ขรก.บำนาญ มท. แถลงอัดผู้บริหาร มท.จวกยับไม่มีคุณธรรม ซัดการเมืองล้วงลูก ตั้งปลัดอาวุโสอันดับที่ 54 ยุส่งผู้ว่าฯออกมาประท้วง ยันไม่ต้องกลัวโดยเก็บเป็นผู้ตรวจ เพราะเก้าอี้เต็ม ชี้จับตาแต่งตั้งอธิบดี ผู้ว่าฯปีเดียวมานั่งกรมใหญ่


P { margin: 0px; }

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่สมาคมข้าราชการบำนาญ กระทรวงมหาดไทย โดนนายโชดก วีรธรรม พูลสวัสดิ์ นายยกสมาคมฯ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง นายไพโรจน์ พรหมสาส์น อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย  นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ในฐานะอุปนายกสมาคม และสมาชิกสมาคมฯ ร่วมแถลงข่าว

นายโชดกกล่าวว่า ในการประชุมของสมาคมครั้งนี้เรื่องเรื่องพิเศษที่จะเป็นจะต้องหารือกันอย่างเร่งด่วน เรื่องการดำรงตำแหน่ง และการบริหารงานบุคคลที่ไม่ชอบมาพากล เราจึงต้องเอาเรื่องนี้มาพูดเพื่อให้เห็นว่าเราไม่ได้ละเลยรุ่นน้อง เพราะในปัจจุบันการแต่งตั้งโยกย้ายในทั้งในส่วนของนายอำเภอ รวมไปถึงสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย(สป.) ทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างมาก เหมือนน้ำในคลองหลอดที่เน่าเหม็นไปหมด

นายโชดก กล่าวว่า เราไม่ได้ต้องการแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่ได้แบ่งแยกสถาบัน แต่เราต้องการเน้นให้เห็นถึงความถูกต้อง ระบบคุณธรรม เพราะขณะนี้การเมืองล้วงลูกลึกจนเกินไป ทำให้ระบบข้าราชการเสียหาย ประชาชนจะมองว่ารัฐบาลไม่สามารถดูแลข้าราชการได้  และทุกวันนี้ข้าราชการก็รู้สึกอึดอัด แต่ไม่กล้าที่จะทำอะไร เพราะกลัวจะเป็นภัยกับตัวเอง และสิ่งที่เราทำไปนั้นไม่ได้ทำเพื่อกระทรวงมหาดไทยเพียงอย่างเดียว เพราะเรารวมถึงข้าราชการทั้งหมดเพื่อให้เข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ข้าราชการจะต้องมีความรู้สึก มีสำนึกรับผิดชอบร่วมกัน

“พวกผมไม่ต้องการให้กระทรวงมหาดไทยตกต่ำไปมากกว่านี้ เพราะการจะแต่งตั้งอะไรก็ควรที่จะให้เป็นไปตามลำดับอาวุโส และไม่เกี่ยวกับสถาบัน จะเป็นสิงห์อะไรก็ช่าง แต่ขอให้เป็นผู้ที่บุคคลอื่นให้ความเคารพนับถือ เป็นตัวแทนของกระทรวงที่สามารถไปพูดคุยเจรจากับกระทรวงอื่นได้โดยไม่อายเขา ถ้าผู้นำมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวน้อยแล้วจะไปคุยกับคนอื่นอย่างไร เหมือนพระสมเด็จฯกับพระสร้างใหม่ อะไรน่านับถือกว่ากกัน” นายโชดก

ด้านนายพงศ์โพยม กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแต่งตั้งผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญอย่างปลัดกระทรง จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความอาวุโส สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาได้ แต่ใน 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่มีการแต่งตั้งนายมานิต วัฒนเสน มาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีอาวุโสอยู่ในลำดับที่ 13 ถือว่าแย่แล้ว ในปีนี้กลับแย่ยิ่งกว่า เพราะมีการเสนอชื่อนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง  มาเป็นปลักระทรวง ทั้งที่ เป็นรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ 3 ปี ขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์ 1 ปี มาเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 7 เดือน แล้วมาเป็นอธิบดีกรมการปกครองนับ 5 เดือน ทั้งที่หากนับลำดับอาวุโส เทียบกับผู้ว่าฯทั่วประเทศแล้ว นายมงคล อยู่ในลำดับที่ 54 มีผู้ว่าฯ35 คน ที่อาวุโสมากกว่า ก็รับไม่ได้กับเรื่องนี้ เพราะถ้าจะถามว่าหากผู้บริหารอ้างว่าตั้งนายมงคล เพราะมีความรู้ความสามารถ การเป็นผู้ว่าฯ 1 ปี เป็นอธิบดี 2 กรมในเวลา 1 ปี มีความรู้ความสามารถอะไรถึงได้มาเป็นปลัดกระทรวง

“อยากให้ผู้ว่าฯ 20-30 คน ที่ไม่เห็นด้วยออกมาแสดงออกในเรื่องนี้ อย่าไปกลัวว่าจะโดนย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง เพราะถ้าออกมาซัก 30 คน ตำแหน่งผู้ตรวจฯไม่พออยู่แล้ว เขาทำอะไรเราไม่ได้แน่นอน ผู้ว่าฯจะต้องกล้ากันบ้าง” นายพงศ์โพยม กล่าว

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า นายมงคล ยังอาวุโสในกลุ่มรองปลัด อธิบดี และคนที่เคยเป็น เช่น นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าฯปทุมธานี นายสุกิจ เจริญรัตนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย คนพวกนี้ก็เคยเป็นอธิบดี  ฉะนั้นเอาคนเหล่านี้มาดู นายมงคล อาวุโสลำดับ 12 คือที่สุดท้าย แต่ที่เป็นรองผู้ว่าฯ และเป็นผู้ว่าฯที่บุรีรัมย์ ไม่ต้องบอกกูรู้ว่ามาด้วยการเมืองหรือไม่  เพราะที่บุรีรัมย์ก็มีนักการเมืองที่เป็นบุคคลสำคัญอยู่ไม่ใช่หรือ  และขณะนี้ทราบว่านายวงศ์ศักดิ์ จะฟ้องร้องต่อก.พ.ค. เพราะอยู่ในตำแหน่งอาวุโส แต่ไม่ได้รับการพิจารณาเป็นปลัดกระทรวง

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ตนสงสัยว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มองว่า อาจจะผิดกฎหมายในมาตรา 42 (3) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งเขียนว่า การเลื่อนตำแหน่ง การให้ประโยชน์อื่นแก่ข้าราชการ ต้องคำนึงถึงผลงาน ศักยภาพ ความประพฤติ โดยไม่นำความคิดเห็นทางการเมือง หรือสังกัดพรรคการเมืองมาประกอบการพิจารณามิได้ และใน(5)การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง

“ผมถามหน่อยเถอะ นายมงคล เป็นรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ 3 ปี เป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์ 1 ปี แค่เป็นผู้ว่าฯ 1 ปี ก็ได้มาเป็นอธิบดีแล้ว ไม่เกี่ยวกับการเมือง หรือว่า เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 7 เดือน มีผลงานอะไรแล้วมาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง 5 เดือนมีผลงานอะไร ที่จะมาเป็นมาเป็นปลัดกระทรวง ถามหน่อยเถอะว่า มันไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองตรงไหน ฉะนั้นถ้าไปถามข้าราชการกระทรวงหมาดไทย แล้วเขาตอบว่า เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง มันก็ผิดกฎหมายแล้ว วิญญูชนทั่วไปก็คิดได้ ดังนั้นมันเป็นหน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาล เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องดูไม่ให้ผิดกฎหมายและก็เป็นอำนาจของนายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่ต้องดูไม่ให้ผิดกฎหมายด้วย ฉะนั้นเป็นเรื่องของการเมืองโดยแท้” นายพงศ์โพยม กล่าว 

นายพงศ์โพยม กล่าวอีกว่า ถ้าการเมืองเข้ามายุ่งกับระบบราชการ มายุ่งกับระบบคุณธรรม เอาข้าราชการแทนที่จะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง เอาไปสนองประโยชน์ส่วนตัวนโยบายส่วนตัว การที่ข้าราชการคนหนึ่งจะยอมทำ มันก็ต้องผลประโยชน์พอกัน นั่นคือ เลื่อนตำแหน่งติดจรวดเลย ถ้าการเมืองดึงข้าราชการเข้าหาโดยเอาผลประโยชน์ของตำแหน่งหน้าที่มาล่อ ต่อไป ข้าราชการมันก็รับใช้การเมือง แทนที่จะรับใช้บ้านเมืองและประชาชน รับใช้กฎเกณฑ์ระเบียบกฎหมาย ไม่มีทางปฏิเสธเลยเพราะมันมาโดยผิดหลักเกณฑ์ เมื่อมีการแซงคิว ก็ต้องรับใช้การเมือง คนที่วิ่งขึ้นมา ก็ต้องพยายามรักษาขั้วเดิม ทำทุกอย่างเพื่อให้ขั้วเดิมยังอยู่ เพราะถ้าเปลี่ยนขั้วเมื่อไหร่หัวขาด เปลี่ยนขั่วเมื่อใด ตัวเองก็เป็นอันตรายทันที

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า สำหรับการแต่งตั้งนายตำรวจ นายรัฐมนตรี บอกว่าเป็นไปตามลำดับอาวุโส แต่ทำไมที่กระทรวงมหาดไทย นายกฯกลับลอยแพ หรือเป็นเพราะกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้อยู่ในการดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ นายกฯจึงไม่เข้ามายุ่ง ต่อไปจะมีการแต่งตั้งอธิบดีกันใหม่เพราะมีคนจะเกษียณอายุราชการ ขอให้จับตาดู เพราะตนได้ข่าวว่า จะเอาผู้ว่าฯ 1 ปี มาเป็นอธิบดีกรมใหญ่  และยังมีความพยายามจะเอารองผู้ว่าฯ 1ปี มาเป็นผู้ว่าฯอีก แล้วพวกอยู่มา 1 ปี มีผลงานอะไร

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ส่วนปัญหาเรื่องโรงเรียนนายอำเภอที่อยู่ในการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เชื่อว่าอีกไม่นายนี้จะได้เห็นกันชัดๆว่าผลจะไปอย่างไร รวมถึงกรณีที่คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม(ก.พ.ค.)มีมติให้กระทรวงมหาดไทย ยกเลิกคำสั่ง ที่ 28/2553 ลงวันที่ 15 มกราคม 2553 และให้ดำเนินการคัดเลือกข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง กรมการปกครอง ที่ตั้งตั้งไป 41 ราย ที่มีการเลื่อนตำแหน่ง 8 ขึ้น 9 ในขณะที่มีผู้อาวุโสตำแหน่งที่ 429 หรือ 431 ได้ ขึ้น 9 แต่ผู้ที่อาวุโสลำดับที่ 1 อยู่ในตำแหน่งมา 17 ปี กลับไม่ได้ขึ้น ตนจึงต้องการเรียกร้องให้ข้าราชการทุกหน่วยงานให้รักษาสิทธิ์ของระบบราชการ อย่าขาดกลัวจนเกินไป จะต้องลุกขึ้นมาปกป้ององค์กร

เมื่อถามว่าในช่วงที่นายพงศ์โพยม อยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา นายประกาศิต มหาสิงห์ นายอำเภอพร้าว จ.เชียงใหม่ ในขณะนั้นอยู่ในตำแหน่งนายอำเภอ 8 มา 8 ปี ทำไม่จึงไม่ตั้งเป็นนายอำเภอ 9 เพราะมีอาวุโสสูงเช่นกัน นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ที่ไม่ตั้งในขณะนั้น เพราะยังมีผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่า นายประกาศิตอยู่เป็นจำนวนมาก และนายประกาศิต ก็ไม่ได้รับการพิจารณาจากอธิบดีกรมการปกครอง

Advertisements