ความอ้วนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสาวๆ แต่เมื่อต้องเผชิญกับมัน เราก็ต้องรีบขจัดเจ้าไขมันเหล่านี้ออกไป วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้สาวๆ หนีไกลจากความอ้วนมาฝากกันค่ะ

1.การตั้งเป้าหมายสำหรับตัวคุณเองเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องทำ และอย่าลืมว่าการลดน้ำหนักต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าเพิ่งยอมแพ้

2.ลองสังเกตดูความแตกต่างของท่าทางการรับประทานอาหาร และระยะเวลาของคนรูปร่างดีกับคนอ้วน

3.ชั่งน้ำหนักบ่อยๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่จะยิ่งทำให้หมดกำลังใจ

4.ลองถ่ายรูปก่อนเริ่มลดน้ำหนักแล้วตั้งใจทำตามที่คิดไว้ เห็นผลแตกต่างที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

5.พยายามหากิจกรรมอื่นที่คุณสนใจมาทำ เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอาหาร ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิค่ะว่า ถ้าเราได้ทำอะไรๆ ที่เราชอบเป็นเวลานานๆ เราลืมหิวไปเลยละ่ค่ะ

6.การรับประทานอาหารร่วมกันกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ควรตักอาหารไว้ในจานแต่พออิ่ม และไม่รับประทานเพิ่มอีก


7.อย่ากังวลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้มากเกินไปจนเครียด
การลดน้ำหนักต้องใช้เวลาไม่ใช่ทำได้ภายใน 1-2 วัน ขั้นต่ำ ก็เป็นเดือน


8.การตั้งข้อห้ามไม่ให้ตัวเองรับประทานอาหารอย่างนั้นอย่างนี้ซะมากมาย
ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง "ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ"


9.อย่าทำกิจกรรมอื่นร่วมกับการรับประทานอาหาร
เช่น ดูโทรทัศน์ร่วมกับการรับประทานอาหาร เพราะคุณจะรับประทานเพลินอย่างไม่รู้ตัว


10.ลองหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
ที่น่าสนใจกว่าการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว เช่น การไปเที่ยวต่างจังหวัด ดูแลบ้าน ตกแต่งบ้าน


11.ถ้าตรงหน้าคุณไม่มีอาหารวางอยู่ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องทำให้คุณคิดถึงมัน
คุณจงคิดเสมอว่าเรามีอะไรอย่างอื่นต้องทำอีกมากมายมากกว่าการกิน

12.รับประทานอาหารตามมื้อ อย่ากินจุบกินจิบตามใจตัวเอง เพราะนั้นจะนำมาซึ่งความอ้วน

13.เคี้ยวอาหารช้าๆ ให้ละเอียด คุณจะใส่ใจกับสิ่งที่รับประทานเข้าไปมากขึ้น

14.อย่าคิดอดอาหารมื้อใด เพราะมื้อต่อไปคุณจะรับประทานมากกว่าที่ควร (ข้อนี้สาวๆหลายคนมักเข้าใจผิดว่า การอดอาหารเเล้วจะผอม แต่หารู้ไม่ว่ามันการคิดที่ผิดอย่างมาก)

15.จำกัดสถานที่รับประทานอาหารไว้ที่โต๊ะอาหารเท่านั้น  อย่าพยามวางไว้หลายจุดเพราะคิดว่ามันจะสะดวกเวลาคุณจะรับประทาน แต่นั้นจะเป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีแก่คุณเอง เนื่องจากคุณสามารถหยิบทานตรงไหนก็ได้ แทนที่จะเดินไปกินที่โต๊ะ

16.ลองนำกระจกมาตั้งไว้ตรงหน้า แล้วสังเกตดูว่า คุณกำลังแข่งรับประทานอาหารกับใครอยู่หรือเปล่า?

17.แปรงฟันทันที หลังรับประทานอาหารเสร็จ เพื่อกำจัดความอยากรับประทานอาหารอีก

18.ซื้อของขวัญเป็นรางวัลในการลดน้ำหนักให้กับตัวเอง คุณจะได้รู้สึกว่าได้ให้อะไรกับตัวเองบ้าง เช่น ชุดใหม่สำหรับหุ่นที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม

19.ถ้าต้องไปร่วมงานสังสรรค์ใดๆ ขอแนะนำให้คุณรับประทานอาหารไปก่อน และพยายามรับประทานอาหารในงานเลี้ยงให้น้อยที่สุด

20.การไปซื้ออาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตควรเขียนรายการของที่จะซื้อไว้ก่อนและเลือกซื้อตามรายการเท่านั้น และขอย้ำว่าห้ามซื้อเกินจากรายการที่คุณจดไว้ เพราะแน่นอนว่าขอที่คุณจะเลือกเกินมานั้นแหละ คือ อาหารที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณอ้วน

21.หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่จะทำให้ต้องเจอกับอาหารมากมาย เพราะคุณจะห้ามใจไม่อยู่

22.ในแต่ละมื้อที่รับประทานคุณควรตักอาหารแต่พออิ่มเท่านั้น ถ้าคุณจะกินต่อจนแน่นเพราะ อาหารอร่อย หรือเสียดายของ ก็คงรู้ใช่ไหมค่ะถึงผลที่จะตามมา

23.อย่าได้ไปเลือกซื้ออาหารเวลาที่คุณหิว เพราะเวลาคนหิยเห็นอะไรก็อยากทานไปหมด แล้วถ้าคุณซื้อมาเยอะคุณเสียดาย คุณก็จะทานมันไปให้หมดและคุณก็จะอ้วน

24.หาเหตุผลในการลดน้ำหนักให้กับตัวเองและระลึกไว้เสมอ ขณะลดน้ำหนัก นี่เป็นวิธีการให้กำลังใจที่ดีวิธีหนึ่ง เผื่อเวลาที่คุณกำลังจะหมดความอดทนต่ออาหารตรงหน้า

25. ข้อสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และลดความอยากอาหารไปได้มากทีเดียว

อย่าลืมนะค่ะ การออกกำลังและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของเรานะค่ะ สาวๆ ห้ามละเลยเป็นอันขาด….

0 แสดงความคิดเห็นที่นี่ค่ะ

10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง www.vcharkarn.com/vblog/56806
10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง

วันนี้เกร็ดความรู้มี 10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูงมาฝากกัน…
กรมอนามัยวิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยา ศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการ ทำวิจัย "องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้" ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า
ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ
1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2. มะเขือเทศราชินี
3. มะละกอสุก
4. กล้วยไข่
5. มะม่วงยายกล่ำ
6. มะปรางหวาน
7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8. มะยงชิด
9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต

ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม
ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย
1. แก้วมังกร
2. มะขามเทศ
3. มังคุด
4. ลิ้นจี่
5. สาลี่

ส่วน 10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ
1. ฝรั่งกลมสาลี่
2. ฝรั่งไร้เมล็ด
3. มะขามป้อม
4. มะขามเทศ
5. เงาะโรงเรียน
6. ลูกพลับ
7. สตรอเบอร์รี่
8. มะละกอสุก
9. ส้มโอขาว
10. แตงกวา
11. พุทราแอปเปิล

การศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ
1. ขนุนหนัง
2. มะขามเทศ
3. มะม่วงเขียวเสวยดิบ
4. มะเขือเทศราชินี
5. มะม่วงเขียวเสวยสุก
6. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
7. มะม่วงยายกล่ำสุก
8. แก้วมังกรเนื้อสีชมพู
9. สตรอเบอร์รี่
10. กล้วยไข่

ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอีน้อยทั้ง 3 ตัว
คือ สาลี่ องุ่น และแอปเปิล

ส่วนผลไม้ที่มีสารทั้ง 3 ตัว ค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินี
ทั้งนี้ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูล อิสระที่ก่อให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยง การเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้ จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุก วัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี
ขอบคุณบทความดีๆ จาก http://heyhaparty.blogspot.com/2007/11/10_13.html

*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา

Advertisements